ครีมกันแดด การปกป้องผิวที่ไม่ใช่แค่เรื่องผิวๆ

          ทุกวันนี้ถ้าพูดถึงครีมกันแดดล่ะก็ จัดได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับทุกคนไปแล้ว ไม่ใช่แต่เฉพาะผู้หญิงเราหรอกนะคะ สาเหตุมาจากการที่แสงแดดทะลุชั้นบรรยากาศของเราได้มากขึ้นเรื่อยๆจากภาวะโลกร้อน ปัญหาจากแสงแดดทุกวันนี้ จึงไม่ได้จบลงแค่ผิวหน้าหมองคล้ำ แก่เร็ว อย่างที่ผู้หญิงเรากลัวกันเท่านั้น แต่จะรวมไปถึงการเป็นมะเร็งผิวหนังอีกด้วย ซึ่งนั่นล่ะค่ะที่เป็นปัญหาใหญ่เลย แต่ก็ใช่ว่าเราควรจะกลัวแสงแดดกันร่ำไป เพราะแสงแดดมีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตมากมายทีเดียวค่ะ ดังนั้นการจะพูดถึงเรื่องครีมกันแดด เราควรจะมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าแสงแดดมีประโยชน์และโทษอย่างไรกันดีกว่า เพื่อที่ว่าเราจะได้ใช้ครีมกันแดดอย่างเหมาะสม ไม่แน่ว่าถ้าคุณฟังประโยชน์ของแสงแดดจนจบแล้ว คุณอาจหลงรักดวงอาทิตย์ขึ้นมาบ้างก็เป็นได้นะคะ ^^

ประโยชน์ของแสงแดดต่อร่างกาย

    • สร้างฮอร์โมนเซราโทนิน แสงแดดจะกระตุ้นให้สมองหลั่งฮอร์โมนชนิดนี้ออกมา ซึ่งเจ้าฮอร์โมนที่ว่านี้มีความสำคัญมากต่อร่างกายของมนุษย์ มีผลตั้งแต่การทำงานของระบบประสาท ไปจนถึงเรื่องการควบคุมอารมณ์ โดยทำให้เกิดความรู้สึกสงบและมีสมาธิ ในขณะที่ถ้าร่างกายมีเซราโทนินน้อย จะมีแนวโน้มของความก้าวร้าว รุนแรงและเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้ง่าย กล่าวโดยสรุปคือแสงแดดทำให้ระบบประสาทของเราทำงานได้เป็นปรกติ ไม่เครียดง่ายและป้องกันเราจากการเป็นโรคซึมเศร้านั่นเอง
    • สังเคราะห์วิตามินดี แสงแดดจะกระตุ้นให้ผิวหนังเกิดการสร้างวิตามินดีซึ่งทำหน้าที่เสริมการดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสในอาหาร ทำให้กระดูกแข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ ซึ่งวิตามินดีนั้นมีอยู่ในอาหารบางชนิดเท่านั้น
    • ป้องกันโรคมะเร็ง ถึงแม้ว่าแสงแดดจะเป็นปัจจัยหลักในการทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง แต่จากการวิจัยพบว่าแสงแดดก็มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคมะเร็งบางชนิดเช่นกัน ได้แก่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งรังไข่ มะเร็งตับอ่อนและมะเร็งต่อมลูกหมาก
    • ป้องกันโรคบางชนิด ได้แก่ โรคไขข้ออักเสบ โรคลำไส้อักเสบ และอีกมากมายหลายโรคที่ยังอยู่ในระหว่างการวิจัย
    • สร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง แสงแดดมีส่วนช่วยในกระบวนการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของร่างกายในการต่อสู้กับเชื้อโรค
    • เผาผลาญคลอเรสเตอรอล แสงแดดจะเปลี่ยนคลอเรสเตอรอลในเลือดให้กลายเป็นสเตียรอยด์ฮอร์โมนที่จำเป็นต่อกระบวนการต่างๆในร่างกาย อาทิ การเผาผลาญอาหาร การรักษาสมดุลของระดับน้ำและเกลือในร่างกาย เป็นต้น
    • ช่วยลดความดันเลือด จากผลการวิจัยพบว่า แสงแดดมีผลกระทบต่อการขยายตัวของหลอดเลือด ทำให้ความดันโลหิตลดลงได้
  • แก้ปัญหาโรคผิวหนังบางชนิด ได้แก่ สะเก็ดเงิน กลาก และเชื้อรา

โทษของแสงแดดต่อร่างกาย

    • ผิวหนังแห้ง กร้าน หมองคล้ำ เป็นฝ้ากระและแก่เร็ว โดยเฉพาะสภาพบรรยากาศทุกวันนี้ที่ชั้นโอโซนถูกทำลาย จนทำให้แสงแดดทะลุผ่านลงมาได้มากขึ้น ผลกระทบจากแดดจึงเป็นสาเหตุหลักของปัญหาผิวพรรณต่างๆที่เกิดขึ้น
  • เป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง จากรังสี UV ที่มีในแดดทั้ง UVA และ UVB ตรงเข้าทำลายผิวหนังถึงในระดับลึก ดังนั้นถ้าคุณเป็นคนที่โดนแดดจัดบ่อยๆโดยไม่ได้ป้องกัน (โดยเฉพาะผู้ชาย) ความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งผิวหนังจะยิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมครีมกันแดดถึงสำคัญกับทุกคนในยุคนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายค่ะ
ครีมกันแดด การปกป้องผิวที่ไม่ใช่แค่เรื่องผิวๆ 1

ถ้าอย่างนั้นควรเผชิญกับแสงแดดอย่างไรดี

อย่างที่เห็นกันนะคะว่าแสงแดดมีทั้งประโยชน์และโทษ ถ้าเราเลี่ยงแดดเพราะกลัวผิวเสียแล้วจบลงที่โรคกระดูกพรุนล่ะก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆ ดังนั้นจุดสำคัญคือเราต้องรู้จักเลือกเวลาเผชิญกับแสงแดดมากกว่า โดยช่วงเวลาที่ควรเลี่ยงแดดที่สุดของวันคือช่วงเวลา 10 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็นค่ะ เพราะเป็นช่วงเวลาที่แสงจากดวงอาทิตย์จะส่องลงมาเต็มๆมากที่สุด แต่สำหรับบ้านเราที่ดูเหมือนพระอาทิตย์จะชื่นชอบมากเป็นพิเศษ แสงแดดตอน 9 โมงเช้าก็ทำเอาเกรียมได้อยู่ดีนั่นล่ะ ดังนั้นเราจะมาดูกันว่าทางออกของสุขภาพผิวและสุขภาพกายอยู่ที่ไหนกันแน่ จากคำแนะนำง่ายๆดังนี้

    • ตื่นเช้ามารับแดด แดดตอนเจ็ดโมงเช้า แดดเวลานี้กำลังเหมาะสมที่สุด หามุมที่แสงตกกระทบในบ้าน จัดเก้าอี้ไปนั่งรับแดดซัก 10 – 15 นาที โดยไม่มีการป้องกันใดๆ จะนั่งดูโทรทัศน์ นั่งฟังเพลง หรือถ้านั่งสมาธิได้ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ โดยระยะเวลา 10 – 15 นาทีต่อวันนี้ เป็นไปตามคำแนะนำของ Food and Drug Administration (FDA) ซึ่งเป็นระยะเวลาอันเหมาะสมที่ทำให้ร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้อย่างเพียงพอค่ะ จากข้อนี้เราก็จะได้ประโยชน์จากแสงแดดอย่างที่ต้องการแล้ว ที่เหลือก็เป็นเรื่องของการป้องกันแสงแดดล่ะ
    • ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน ความสำคัญของครีมกันแดด คือการป้องกันเราจากรังสี UV โดยครีมกันแดดที่ใช้นี้ควรมี SPF อย่างน้อย 15 แต่สำหรับบ้านเราที่แดดแรงเหลือเกิน SPF 30 ขึ้นไป ดูจะเหมาะสมกว่าค่ะ โดย SPF นี้คือตัวบอกความสามารถในการกันรังสี UVB ตามมาตรฐานที่ FDA ได้กำหนดเอาไว้ อย่างไรก็ตามการกันรังสี UVA ก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องคำนึงถึง โดยเกณฑ์ที่นิยมระบุกันในปัจจุบันก็คือ PA พร้อมกับเครื่องหมาย + ต่อท้าย สำหรับแดดแรงๆอย่างบ้านเราอีกเช่นกัน อย่างน้อยต้อง PA++ นะคะ นอกจากนี้ครีมกันแดดบางตัวยังมีคุณสมบัติกันน้ำอีกด้วย ซึ่งจะเหมาะอย่างยิ่งเมื่อต้องออกไปเจอกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ
    • การทาครีมกันแดดให้ทั่วและเพียงพอ ทาให้ทั่วในที่นี้หมายถึงนอกจากการทาบริเวณใบหน้าแล้ว อย่าลืมทาใบหูกับลำคอด้วยนะคะ ส่วนการทาให้เพียงพอนั้น ปริมาณที่แนะนำคือ 1 ช้อนชา การทาน้อยเกินไปจะทำให้ประสิทธิภาพในการกันแดดไม่ครอบคลุมและอาจทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอได้
    • แยกครีมกันแดดทาหน้ากับครีมกันแดดทาตัวออกจากกัน เพราะใบหน้าเป็นส่วนละเอียดอ่อนค่ะ อาทิเช่น ครีมกันแดดที่ใช้อยู่มีส่วนผสมของน้ำมันอยู่มาก หากใช้ทาแขนคงไม่เป็นไร แต่ถ้าใช้ทาหน้าล่ะก็สิวได้ขึ้นแน่ๆ
    • ทาครีมกันแดดซ้ำ ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญมาก คนส่วนใหญ่จะทาครีมกันแดดแค่ในตอนเช้าก่อนออกจากบ้านเท่านั้น โดยลืมคิดไปว่าครีมกันแดดจะเสื่อมประสิทธิภาพในการป้องกันลงเรื่อยๆ ข้อแนะนำของการทาครีมกันแดดซ้ำคือทุกๆ 2 ชั่วโมงค่ะ แต่ถ้าไม่ใช่ว่าเรากรำแดดกันตลอดล่ะก็ การทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมงก็ดูจะวุ่นวายไปหน่อย ดังนั้นสำหรับคนทำงานออฟฟิศทั่วไป ทาซ้ำก่อนออกไปทานอาหารกลางวันก็เพียงพอแล้ว
    • เติมความชุ่มชื้นให้ชั้นผิว การป้องกันแดดช่วยลดการสูญเสียความชุ่มชื้นในชั้นผิวไปได้ แต่การเติมความชุ่มชื้นก็ยังจำเป็นต้องทำอยู่ดีค่ะ ดังนั้นนอกจากจะดื่มน้ำเพื่อชดเชยการสูญเสียความชุ่มชื้นในชั้นผิวแล้ว การใช้มอยซ์เจอไรเซอร์ หรือเลือกครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของมอยซ์เจอไรเซอร์ในตัวก็ยิ่งช่วยให้การเผชิญหน้ากับแดดเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น
  • ใช้ร่มหมวกหรือใส่เสื้อผ้าที่ค่อนข้างปกปิดในบางโอกาส ไม่ใช่ว่าทาครีมกันแดดอย่างเดียวจะเพียงพอนะคะ ครีมกันแดดเป็นแค่ปัจจัยนึงที่ช่วยลดการถูกทำลายของผิวจากแสงแดดเท่านั้น การกางร่มท่ามกลางแดดหรือใส่เสื้อแขนยาว ยังคงเป็นเรื่องที่ควรทำร่วมกับการทาครีมกันแดดอยู่ดี

แสงแดดตามเราไปแทบทุกที่ เราจึงจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้การอยู่ร่วมกับแสงแดดอย่างเหมาะสม ดวงอาทิตย์ไม่ใช่ศัตรูของมนุษย์หรอกนะคะ ข้อแนะนำเหล่านี้จึงมีเพื่อนำไปสู่บทสรุปของการมีสุขภาพที่ดี ไปพร้อมๆกับการมีผิวสวยแลดูอ่อนเยาว์ในคราวเดียวกัน

ครีมกันแดด การปกป้องผิวที่ไม่ใช่แค่เรื่องผิวๆ 2

จะดีกว่ามั้ย ถ้าจะเลือกครีมกันแดดอย่างพิถีพิถัน

ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจากสถาบัน วอนจิน ไบโอเฮลท์แคร์ ประเทศเกาหลี เข้าใจถึงปัญหาผิวที่ต้องเผชิญกับแสงแดดได้ดีว่า ผิวนอกจากจะต้องการการปกป้องจากแสงแดดแล้ว ยังต้องการรักษาความชุ่มชื้นในชั้นผิวให้คงอยู่ตลอดทั้งวัน ดังนั้นจากกระบวนการคิดค้นด้วยหลักวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ของสถาบัน วอนจิน ไบโอเฮลท์แคร์ จึงได้คิดค้นครีมกันแดดที่สามารถป้องกันแสงยูวีไม่ให้ทะลุไปยังชั้นผิว อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย อีกทั้งยังช่วยเติมความชุ่มชื้นและป้องกันการระเหยของน้ำในระดับเซลล์ผิวได้อีกด้วย

Dr.JIN Daily Defense Sun Lotion (ด็อกเตอร์จิน เดลี่ ดีเฟนซ์ ซันโลชั่น) SPF50+PA+++ จึงถูกสร้างขึ้น โดยได้ผ่านการทดลองในห้องปฎิบัติการที่สถาบัน วอนจิน ไบโอเฮลท์แคร์ แล้วว่า สามารถป้องกันรังสียูวีได้ดี โดยผลจากการทำทดสอบประสิทธิภาพการป้องกันแสงแดดของ Dr.JIN Daily Defense Sun Lotion เทียบกันกับครีมกันแดดยี่ห้ออื่นในท้องตลาดบางตัว พบว่าแสง UV ไม่สามารถทะลุผ่าน Dr.JIN Daily Defense Sun Lotion ไปได้

มากไปกว่านั้น Dr.JIN Daily Defense Sun Lotion ยังมีมอยซ์เจอร์ไรเซอร์เข้มข้นที่ให้ความรู้สึกสดชื่นทันทีที่สัมผัส ด้วยส่วนผสมที่มีต้นกำเนิดจากในธรรมชาติ ซึ่งให้ความชุ่มชื้นและรักษาระดับน้ำในชั้นผิวได้เป็นอย่างดี พร้อมกับเนื้อครีมยังบางเบาและเรียบเนียน ซึมซาบลงสู่ผิวได้ไว ปรับใบหน้าให้แลดูสว่างสดใสและสีผิวแลดูสม่ำเสมอ

Daily Defense Sun Lotion

          นอกจากนี้สำหรับผู้ต้องการครีมกันแดดที่เป็นรองพื้นไปในตัว วอนจิน ไบโอเฮลท์แคร์ ขอเสนอผลิตภัณฑ์ Dr.JIN Daily Defense BB(ด็อกเตอร์จิน เดลี่ ดีเฟนซ์ บีบี) SPF30PA++ ครีมกันแดดประสิทธิภาพสูง ที่มีคุณสมบัติเป็นรองพื้นด้วยสีเบส ที่จะทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนโดยไม่รู้สึกหนักหน้าแต่อย่างใด หมดปัญหายุ่งๆด้วยการรองพื้นและกันแดดในตัวเดียวค่ะ

Daily Defense BB

          มากไปกว่านั้นสำหรับผู้มีผิวหน้าแห้งเป็นพิเศษ ด้วย Cellium UV Spectrum Defense Lotion (เซลเลียม ยูวี สเปกตรัม ดีเฟนซ์ โลชั่น) SPF50+PA+++ และ Cellium UV Spectrum Defense BB (เซลเลียม ยูวี สเปกตรัม ดีเฟนซ์ บีบี) SPF30PA++ ครีมกันแดดล้วนๆกับครีมกันแดดผสมรองพื้น ที่เพิ่มเติมความชุ่มชื้นเข้าไปให้มากกว่าเดิม เพื่อให้การปกป้องคุณจากการสูญเสียความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดีสำหรับวันลุยๆค่ะ

UV Spectrum Defense Lotion
UV Spectrum Defense BB

ที่โรงพยาบาลวอนจิน เราคือผู้เชี่ยวชาญความสวยงาม ที่ออกแบบและทำศัลยกรรมให้เหมาะกับโครงสร้างของคนไข้แต่ละคน สนใจปรึกษาศัลยกรรม ขอคำแนะนำฟรีได้ที่ Wonjin@Embassy ชั้น 4 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ โดยโทรนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ 02-160-5683,097-251-5683 หรือที่ Official Line ID :@wonjinthailand

ให้วอนจินสร้างรอยยิ้มให้กับคุณคนใหม่

At Wonjin, we are the beauty surgery specialist that designs and crafts each individual case to be perfection. Please contact us at WONJIN@Embassy, Central Embassy on level 4 for free consultation. For appointment, please call (+66)2-160-5683,(+66)97-251-5683 or Official LineID : @wonjinthailand

At Wonjin, your smile is our motivation.

Related Posts