ครีมรักษาฝ้ากับความเสี่ยงหน้าดำถาวร

Shortlink : https://www.wonjinthailand.com/?p=4435

 

ครีมรักษาฝ้ากับความเสี่ยงหน้าดำถาวร

          ครีมรักษาฝ้าทุกวันนี้ตอบโจทย์ได้จริงหรือไม่ ถ้าได้ผลจริงทำไมบางคนดีขึ้นแต่บางคนกลับแย่ลง จะมีทางอื่นของการรักษาฝ้าอีกรึเปล่า มากไปกว่านั้นนอกจากเรื่องประสิทธิภาพของการรักษาฝ้าแล้ว ปัจจัยเรื่องของความปลอดภัยในการรักษาล่ะ เคยถูกกล่าวถึงมากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตามก่อนอื่นต้องถามก่อนว่า คุณรู้จักฝ้ากันดีรึยังคะว่าฝ้าเกิดจากอะไรกันแน่

ฝ้า (Melasma) เกิดจากการที่เม็ดสีผิวหรือเม็ดสีเมลานิน (Melanin Pigment) ทำงานมากเกินไปจนทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ โดยหน้าที่ของเม็ดสีเมลานินนั้นคือการกรองรังสียูวี ดังนั้นเมื่อผิวได้รับแสงแดดมากขึ้น เมลานินก็จะถูกผลิตออกมามากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะปรากฏออกมาเป็นสีน้ำตาลเข้ม เห็นได้ชัดเจนตามบริเวณ หน้าผาก โหนกแก้ม หางตาและจมูก ฝ้าจึงเป็นปัญหาที่กระทบต่อความมั่นใจมากทีเดียว คนที่เป็นฝ้าจึงต้องหาวิธีรักษาและปกปิดฝ้า ทำให้เกิดปัญหาความเครียดและความกังวลตามมาอย่างมากมาย ดังนั้นการรักษาฝ้าจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากเชียวล่ะ

ฝ้า มีหลายสาเหตุในการเกิด แต่มักพบในผู้หญิงเป็นส่วนมาก เพราะปัจจัยนึงที่กระตุ้นการเกิดฝ้ามาจากความแปรปรวนของฮอร์โมนเพศหญิง ส่วนสาเหตุการเกิดฝ้าอื่นๆมีดังนี้ แสงแดด โรคต่อมไทรอยด์ก็เป็นสาเหตุของฝ้าได้เช่นกัน การมีอารมณ์เครียดอย่างรุนแรง การขาดสารอาหาร การใช้เครื่องสำอางบางตัว การใช้ยาบางตัว เช่น ยากันชัก นอกจากนี้ฝ้ายังสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้อีกด้วย ฝ้าแม้จะเป็นโรคที่รักษาให้จางลงได้แต่มักไม่หายขาด

เดิมทีผู้ที่เป็นฝ้ามักนิยมใช้ครีมรักษาฝ้า ที่มีส่วนผสมของสารไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ซึ่งสารชนิดนี้จะทำให้การรักษาฝ้านั้นเห็นผลอย่างรวดเร็ว แต่ขณะเดียวกันสารไฮโดรควิโนนที่มีความเข้มข้นสูงเกินไปก็อาจทำให้แย่ลงได้เช่นกัน เพราะสารไฮโดรควิโนนนั้น จะไปกระตุ้นให้เส้นเลือดแดงขยายตัว ทำให้หน้าแดง มีอาการปวดแสบปวดร้อนได้ง่ายถ้ามีการกระตุ้นจากแสงแดดหรือความร้อน ทั้งยังทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว ผิวหน้าลอกเป็นขุยได้ง่าย ที่ร้ายไปกว่านั้นคือหากหยุดใช้ครีมรักษาฝ้า กระทันหัน ฝ้าจะกลับมาดำคล้ำมากกว่าเดิม ทำให้การรักษาฝ้านั้นยิ่งยากขึ้นไปอีก และในกรณีที่ใช้ติดต่อกันมานานเกิน 6 เดือน อาจก่อให้เกิดปัญหาฝ้าดำถาวร เกิดจุดด่างขาวแทรกบนผิวหน้า ทั้งในตำแหน่งที่ทาโดยตรงหรือตำแหน่งอื่นๆที่ห่างออกไป ผลจึงทำให้ผิวแลดูกระดำกระด่างไปโดยปริยาย ถัดจากสารไฮโดรควิโนน ยังมีเรื่องของสารปรอทในครีมรักษาฝ้า ซึ่งทำให้เกิดอาการแพ้เป็นผื่นแดง บวกกับความเป็นพิษสะสมที่ทำให้ทางเดินปัสสาวะและไตอักเสบได้ง่าย มาถึงสารตัวสุดท้ายที่นิยมใช้ในครีมรักษาฝ้าก็คือสเตียรอยด์ ซึ่งการใช้เป็นระยะเวลานาน อาจทำให้มีผลหลายอย่างตามมา เช่น ผื่นแพ้ สิว ผิวเป็นหลุม อีกด้วย

สำหรับสตรีมีครรภ์กับปัญหาฝ้า เนื่องจากครีมรักษาฝ้าหลายตัวยังไม่สามารถระบุความปลอดภัยได้ดีพอจากส่วนประกอบหลายๆอย่าง บวกกับปัญหาฮอร์โมนในสตรีมีครรภ์เอง ดังนั้นการรักษาฝ้าในสตรีมีครรภ์จึงมักแนะนำให้รอจนคลอดก่อนแล้วค่อยรับการรักษา โดยส่วนใหญ่แล้วหลังคลอดฝ้าจะเริ่มจางลงเอง อย่างไรก็ตามการใช้ครีมรักษาฝ้าในระยะให้นมบุตรก็ยังเป็นเรื่องเสี่ยงอยู่ดี ดังนั้นความปลอดภัยจากการรักษาฝ้าจึงต้องคำนึงถึงมากกว่าประสิทธิภาพของการรักษาฝ้าด้วยซ้ำไป

บทสรุปวิธีแก้ปัญหาเรื่องฝ้า

    • หลีกเลี่ยงแสงแดด จัดเป็นข้อสำคัญที่สุดสำหรับผู้มีปัญหาเรื่องฝ้า เพราะแสงแดดเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ร่างกายต้องผลิตเม็ดสีขึ้นมากรองแสงแดด ดังนั้นการป้องกันโดยใช้ครีมกันแดดหรือใส่เสื้อผ้าปกปิดจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างยิ่ง
    • หลีกเลี่ยงการใช้ยาคุมกำเนิด ฮอร์โมนในยาคุมกำเนิดมีผลต่อการเกิดฝ้าได้เช่นกัน ดังนั้นสำหรับผู้มีปัญหาเรื่องฝ้าอาจต้องหันมาคุมกำเนิดด้วยวิธีการอื่นแทน อย่างไรก็ตามปัญหาฝ้าจากยาคุมกำเนิดมักหายไปได้เองหลังจากหยุดใช้ยา
    • หลีกเลี่ยงความเครียด ความเครียดเป็นปัจจัยที่คาดไม่ถึงของการเกิดฝ้าจากการที่ความเครียดมีผลทางอ้อมต่อการกระตุ้นเมลานินได้ ดังนั้นการรู้จักปล่อยวางพร้อมๆกับการมองโลกในแง่ดี บวกกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะลบปัจจัยนี้ไปได้
  • หลีกเลี่ยงการใช้ครีมรักษาฝ้าที่มีสารบางตัว สารยอดนิยมหลายตัวในครีมรักษาฝ้าเช่น สารไฮโดรควิโนน สารปรอทและสารสเตียรอยด์ อาจให้ผลดีในระยะสั้นแต่ล้วนไม่เป็นผลดีในระยะยาว ดังนั้นการเลือกวิธีรักษาฝ้าอย่างปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ การผลัดผิวด้วย AHA จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีของการรักษาฝ้าอย่างปลอดภัย

บอกลาครีมรักษาฝ้าแบบเดิมๆด้วย AHA

AHA หรือ Alpha Hydroxy Acid เรียกอีกอย่างว่า “กรดผลไม้” คือ สารประกอบที่มีฤทธิ์เป็นกรด โดยมากจะสกัดมาจากผลไม้พวก มะนาว หรือ ส้ม AHA ถูกนำมาใช้ เพื่อรักษากระ รอยสิว ฝ้า จุดด่างดำ ริ้วรอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวพรรณดูเต่งตึง สดใส มีน้ำมีนวล โดยหลักการของการผลัดเซลล์ผิวเก่า ทำให้ผิวหนังกำพร้าที่ตายแล้วและเกาะติดอยู่บนผิวหน้าสามารถหลุดลอกออกไปได้เร็วขึ้น พร้อมๆไปกับการกระตุ้นให้เซลล์ใหม่ๆถูกสร้างขึ้นมาแทนที่ จึงทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียน ขาวสดใสกว่าเดิมนั่นเอง ถึงเวลาลืมครีมรักษาฝ้าแบบเดิมๆไปได้แล้วค่ะ

pd_001

ที่โรงพยาบาลวอนจิน เราคือผู้เชี่ยวชาญความสวยงาม ที่ออกแบบและทำศัลยกรรมให้เหมาะกับโครงสร้างของคนไข้แต่ละคน สนใจปรึกษาศัลยกรรม ขอคำแนะนำฟรีได้ที่ Wonjin@Embassy ชั้น 4 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ โดยโทรนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ 02-160-5683,097-251-5683 หรือที่ Official Line ID :@wonjinthailand

ให้วอนจินสร้างรอยยิ้มให้กับคุณคนใหม่


Related Posts