รอยแผลเป็นของคุณ วอนจินจัดการได้หายห่วง!

ผิวของคนเรา เมื่อเกิดการขูดขีด หรือมีการบาดเจ็บเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดจากสิว การโดนของมีคมบาด หกล้ม เกิดอุบัติเหตุ การผ่าตัด ฯลฯ ผิวชั้นนอกก็จะเกิดเป็นรอยแผลเป็นขึ้นมา แม้ว่าผิวชั้นในจะสามารถฟื้นฟูเยียวยา และสมานตัวกันแล้วโดยกระบวนการตามธรรมชาติก็ตาม

skin_scar

ซึ่งรอยแผลเป็นแต่ละแบบนั้น ก็มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามสภาพผิวหนัง ความรุนแรงของแผลที่เกิดขึ้น รวมถึงการดูแลรักษารอยแผลเป็นของแต่ละคน บางคนอาจเป็นแค่รอยเส้นบางๆ บางคนแผลเป็นอาจนูนขึ้น บางคนมีสีอ่อน บางคนมีสีเข้ม ทั้งที่มองเห็นชัดและไม่ชัดด้วยตาเปล่า

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ทุกคนคงไม่อยากให้ตัวเองมีรอยแผลเป็นเอาไว้ดูต่างหน้ากันใช่ไหมคะ ต่างก็ต้องรีบหาวิธีที่จะรักษารอยแผลเป็นนั้นให้หายไวที่สุด วอนจินแนะนำว่าก่อนที่คุณจะหาวิธีจัดการกับรอยแผลเป็นต่างๆ ที่เกิดขึ้น เรามารู้จักรอยแผลเป็นให้มากขึ้นกันก่อนดีกว่าค่ะ เพื่อการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง และลดการเกิดแผลเป็นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แผลเป็นเกิดขึ้นได้อย่างไร?

แผลเป็น เกิดจากกระบวนการรักษาแผลตามธรรมชาติของร่างกายคนเรา ที่เกิดจากการฉีกขาดของเนื้อเยื่อ และผิวหนังจะมีการสร้างเนื้อเยื่อที่เป็นคอลลาเจนขึ้นมาทดแทนเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไป ซึ่งเมื่อแผลหายสนิทโดยที่เนื้อเยื่อของผิวหนังชั้นในสมานกันแล้ว ก็จะทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ที่ผิวหนังชั้นนอก โดยแผลที่มักทำให้เกิดแผลรอยแผลเป็น ได้แก่ แผลที่เกิดจากสิว การโดนของมีคมบาด หกล้ม แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก แผลพุพองเป็นหนอง การฉีดวัคซีน แผลที่เกิดจากรอยสัก เกิดอุบัติเหตุ แผลผ่าตัด เป็นต้น และนอกจากจะเกิดรอยแผลที่ผิวหนังภายนอกแล้ว ยังสามารถเกิดรอยแผลขึ้นได้ที่อวัยวะภายในของเราอีกด้วย

scar_type_img01

ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดรอยแผลเป็นคืออะไร?

หลักๆ แล้วปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดแผลเป็นขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย ได้แก่

1.ความรุนแรงของแผล หรือการฉีกขาดของเนื้อเยื่อตื้นลึกเพียงใด

2.การรักษาแผลของเราว่าดีมากน้อยเพียงใด หากมีการดูแลรักษาแผลที่ดี แผลหายเร็ว การเกิดรอยแผลเป็นนั้นก็จะลดลง

ในส่วนของปัจจัยข้อแรกนั้น เป็นสิ่งที่ยากต่อการควบคุมดูแล แต่สิ่งที่สำคัญในการลดรอยแผลเป็นก็คือปัจจัยข้อที่ 2 ซึ่งก็คือการดูแลรักษาแผลของเราให้ดีที่สุด โดยปกติเมื่อเรารักษาแผลจนหายเป็นปกติแล้ว ก็มักจะทิ้งรอยแผลเป็นที่มีลักษณะนูนขึ้นเล็กน้อย โดยเป็นสีแดงหรือสีน้ำตาล หากเราปล่อยทิ้งไว้ตามธรรมชาติประมาณ 1-2 ปีขึ้นไป รอยแผลเป็นก็สามารถที่จะจางลงและแบนราบลงได้เอง

ซึ่งเราจะพบว่าในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่สามารถเกิดรอยแผลเป็นได้ง่ายกว่าวัยเด็ก เนื่องจากฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงคอลลาเจนในชั้นผิวที่ลดลง ต่างจากเด็กๆ ที่มีคอลลาเจนในชั้นผิวที่มากกว่า ผู้หญิงมีโอกาสที่จะเกิดรอยแผลเป็นได้มากกว่าผู้ชาย  คนผิวคล้ำจะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าคนผิวขาว และคนที่มีประวัติของครอบครัวเคยเกิดแผลเป็น ก็จะมีโอกาสเกิดแผลเป็นได้มากกว่าคนที่ไม่เคยมีประวัติการเกิดแผลในครอบครัว

รอยแผลเป็นมีกี่ชนิด?

มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันทั้งสาเหตุที่เกิด ปัจจัยเสี่ยง อาการ และวิธีการรักษา แต่จะต่างกันเพียงแค่ลักษณะของแผล ดังนี้

scar_type_img02

1.แผลเป็นนูนธรรมดา หรือ แผลเป็นนูนชนิดเกิดเฉพาะบนตัวแผล (Hypertrophic) คือ แผลเป็นที่นูนขึ้นมาจากผิวหนังปกติของเรา แต่ยังอยู่ในขอบเขตของรอยแผลเดิม ซึ่งรอยแผลเป็นชนิดนี้เกิดจากการสร้างคอลลาเจนที่มากเกินไป โดยมักเกิดขึ้นภายใน 1 เดือนหลังแผลหาย และจะค่อยๆ ยุบตัวลงเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือนหรือเป็นปี

scar_type_img04

2.แผลเป็นนูนชนิดลุกลามออกนอกตัวแผล หรือที่เรารู้จักกันดีว่าคือ แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid) คือ แผลเป็นที่มีอาการนูนและแดงกว่าปกติ ซึ่งมักจะนูนเหนือผิวหนังตั้งแต่ 4 มิลลิเมตรขึ้นไป และมักเกิดตามหลังจากที่แผลนั้นหายเป็นปกติแล้วอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป โดยจะมีความผิดปกติที่ทำให้เกิดการขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ของสู่เนื้อเยื่อโดยรอบของแผล ซึ่งจะไม่ยุบหายไปเอง มักเกิดขึ้นบริเวณหัวไหล่ ต้นแขน ผนังหน้าอก และบริเวณหู ซึ่ง “คีลอยด์” ที่ว่านี้จัดเป็นเนื้องอกธรรมดา ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะไม่ใช่เนื้อร้ายหรือมะเร็ง แต่อาจจะสร้างความรำคาญใจอยู่ไม่น้อย และทำให้เราอาจสูญเสียความมั่นใจต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

สำหรับคนที่ไม่ต้องการให้ตัวคุณนั้นมีรอยแผลเป็น และกำลังมองหาวิธีที่จะกำจัดรอยแผลเป็นอยู่ วอนจินเรามีวิธีดีๆ ที่ช่วยในการลดรอยแผลเป็นมาฝากกันค่ะ

การดูแลรักษาความสะอาดของรอยแผล

ควรใช้น้ำเกลือเช็ดเพื่อทำความสะอาดแผล และใส่ยาหลังทำความสะอาดทุกครั้ง หากเป็นแผลเล็กๆ ไม่ใหญ่ หรือไม่รุนแรงมาก วอนจินขอแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องปิดพลาสเตอร์ หรือพันแผลหลังผ่านไปแล้วสัก 1-2 วัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้แผลได้สัมผัสกับอากาศ เพื่อช่วยในกระบวนการรักษาแผลตามธรรมชาติ แต่หากแผลนั้นมีขนาดใหญ่และค่อนข้างรุนแรง หลังทำความสะอาดและใส่ยาแล้ว แนะนำให้พันด้วยผ้าพันแผลที่ไม่รัดแน่นจนเกินไป เพื่อให้มีอากาศไหลเวียนได้อย่างสะดวก

หลีกเลี่ยงการให้แผลแช่น้ำและการโดนแสงแดด

หากเราปล่อยให้บริเวณที่เป็นแผลนั้นเปียกชื้นเป็นระยะเวลานาน จะทำให้แผลเกิดการตกสะเก็ดได้น้อยลง และยังไปชะลอการสร้างผิวหนังชั้นใหม่ใต้แผลนั้นให้ช้าลงกว่าปกติ ส่วนการโดนแสงแดดเป็นเวลานานนั้น แผลก็จะถูกรังสียูวีและความร้อนทำให้แผลมีความรุนแรงขึ้น

ไม่ควรแกะเกาสะเก็ดแผล

เนื่องจากจะทำให้ผิวเกิดรอยแผลที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ลดประสิทธิภาพการสมานของเนื้อเยื่อใต้ผิว ทางที่ดีควรปล่อยให้หลุดลอกไปเองตามธรรมชาติดีกว่า และห้ามเกาที่รอยแผลเป็นอันขาด เพราะจะทำให้แผลรุนแรงกว่าเดิม

ลบรอยสัก
สำหรับการรักษารอยแผลเป็นของวอนจินนั้น ที่ Skin Gallery ของ WONJIN@Gaysorn เราสามารถช่วยคุณลดรอยแผลเป็นได้ด้วยเครื่องเลเซอร์เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด มีเพียงไม่กี่เครื่องในไทย สามารถลดรอยแผลเป็น รอยสิว รอยสัก ฯลฯ ซึ่งปลอดภัย เห็นผลไว และไร้อาการข้างเคียง ผ่านมาตรฐาน US FDA, KFDA และ THAI FDA ทำโดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังที่ผ่านการอบรมจาก Wonjin Academy Program ผสานเทคนิคเกาหลีที่เป็น Wonjin Beauty Secret คุณจะต้องทึ่งกับผลลัพธ์ที่ปรากฎ!

สามารถแวะมาปรึกษาทุกปัญหาผิวของคุณกับเราได้ฟรีที่ WONJIN@Gaysorn ชั้น 10 Gaysorn Urban Retreat, Gaysorn Village หรือแอด LINE เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ @wonjinthailand แล้วพบกันนะคะ