อยากหน้าขาวใสไม่ยากเลย หากรู้วิธีเหล่านี้!

wonjin melasma

 

เทรนด์ยอดฮิตที่ไม่เคยหายไปในสังคมเอเซีย ปฏิเสธในสังคมปัจจุบันไม่ได้เลยว่า ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ต่างก็อยากหน้าขาวใสกันทั้งนั้น ก็ใช่นะสิค่ะ ก็การมีหน้าที่ผิวเนียนขาวใสนั้น ถือเป็นใบเบิกทางในสังคมบ้านเรามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องความรัก ถ้าสาวๆคนไหน มีผิวขาว ล้วนแต่ได้เปรียบก่อนเสมอๆ ดังนั้นจึงไม่แปลกใช่ไหมคะ ว่าทำไมไม่ว่าใครก็อยากมีผิวขาวกันทั้งนั้น

ย้อนลำลึกถึงสมัยกรุงศรีอยุธยากันก่อนดีกว่า เชื่อไหมคะ ว่าสาวๆยุคนั้นก็ให้ความสำคัญเรื่องผิวไม่แพ้ยุคสมัยปัจจุบันเลยนะคะ ถึงแม้ว่าแต่ก่อนจะไม่มีเทคนิคหรือเทคโนโลยีเร่งรัดมากๆให้หน้าขาวใสเหมือนสมัยปัจจุบัน แต่เขาก็มีกรรมวิธีมากมาย ที่ใช้จากสมุนไพรใต้ครัวเรือน เช่น ขมิ้น ใยบวบ และมะขามเปรียก เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถทำให้ผิวหน้าและลำตัวเราขาว กระจ่างใส มีน้ำมีนวล และดูมีสุขภาพดีอีกด้วยค่ะ

 

แต่ถึงอย่างไรก็ตามแม้ว่ายุคสมัยจะเปลื่ยนไป แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่เปลื่ยนเลยคือ “อยากหน้าขาวใส” ดังนั้น เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าสิ่งไหนทำให้เรามีใบหน้าขาวใสได้บ้างนะ

 

jj

 

1 ผลิตภัณฑ์ที่มีคำว่า Whitening

ทั้งในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกาย ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในรูปแบบของครีมหรือโลชั่นบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมที่ช่วยทำให้ผิวขาวขึ้น รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ป้องกันแดด หรือแสง UV ที่ตอนนี้นิยมพูดถึงสรรพคุณผิวขาว ที่จริงๆแล้วผลิตภัณฑ์ป้องกันแดดคงไม่ได้ช่วยทำให้ผิวขาวขึ้น แต่มีคุณสมบัติที่ช่วยป้องกันไม่ให้ผิวคล้ำขึ้นมากกว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้หากคุณเป็นคนที่อยากหน้าขาวใส แบบง่ายที่สุด สะดวกที่สุด วอนจินแนะนำวิธีนี้เลยค่ะ

 

01

 

2 อาหารเสริมและวิตามินบำรุงผิว

นอกจากอยากหน้าขาวใสจากภายนอก ด้วยการดูแลและบำรุงผิวหน้าแล้ว ยังมีอีกวิธีทำให้หน้าใสที่บำรุงจากภายในด้วยการรับประทานอาหารเสริมหรือวิตามิน ที่จะช่วยฟื้นฟูสภาพผิวจากภายในสู่ภายนอก ทำให้ผิวเปล่งปลั่งกระจ่างใส วิตามินที่มีผลต่อการช่วยทำให้ผิวขาวได้ ได้แก่วิตามินซี และวิตามินอี

 

วิตามินซี

เราจะคุ้นเคยกันดีกับวิตามินซีที่ช่วยป้องกันไข้หวัด และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเป็นอย่างดี แต่หลายคนคงยังไม่ทราบว่า วิตามินซียังเป็นวิธีทำให้หน้าขาวได้อีกด้วย เนื่องจากในวิตามินซีมีสารต่อต้านอนุมูลอิสสระ (Anti-Oxidant) ที่ช่วยชะลอความแก่ เสริมสร้างและกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้สุขภาพผิวแข็งแรง สามารถทนต่อแสงแดดได้เป็นอย่างดี วิตามินซีมีอยู่ในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว อาทิเช่น ส้ม มะนาว และผลไม้ตระกูลเบอรี่ต่างๆ ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน คือวิตามินซีแบบเม็ดหรือแบบแคปซูล ซึ่งแพทย์หรือเภสัชกรจะแนะนำให้รับประทานวันละไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัม  และไม่ควรรับประทานในขณะที่ท้องว่าง เนื่องจากวิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ดังนั้นควรดื่มน้ำตามมากๆตลอดทั้งวัน เพื่อให้วิตามินซีทำงานได้อย่างผลดีที่สุด

 

วิตามินอี

นอกสรรพคุณที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการรักษารอยแผลเป็นและจุดด่างดำแล้ว วิตามินอียังเป็นวิธีทำให้หน้าขาวไม่ต่างไปจากวิตามินซี เนื่องจากวิตามินอีมีสารต่อต้านอนุมูลอิสสระ (Anti-Oxidant) ด้วยเช่นกัน ช่วยชะลอความแก่ กระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวหน้าขาวและสุขภาพผิวแข็งแรง วิตามินอีตามธรรมชาติ มีอยู่ในไข่ ถั่วเหลือง หรือถั่วต่างๆ เช่นวอลนัท พีแคน ถั่วลิสง เมล็ดทานตะวัน น้ำมันพืช เช่น น้ำมันเมล็ดฝ้าย น้ำมันดอกคำฝอย และผักใบเขียวเช่น ผักกระหล่ำปลี ปวยเล้ง ผักขม รวมไปถึงผลไม้อย่างอะโวคาโดอีกด้วย ส่วนวิตามินชนิดเมล็ดหรือแคปซูล แพทย์หรือเภสัชกรจะแนะนำให้รับประทาน 200-1,200 IU ต่อวัน และควรรับประทานคู่กับวิตามินซี เนื่องจากวิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน จึงไม่ควรรับประทานอย่างต่อเนื่องเกินสามเดือน ควรเว้นระยะไว้หนึ่งเดือน ก่อนที่จะเริ่มรับประทานใหม่

 

7

 

3 บริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

หากอยากหน้าขาวใส ตามแบบธรรมชาติคุณสามารถเริ่มต้นได้จากการดูแลอาหารการกินของตัวเอง การรับประทานพืชผักผลไม้อย่างเพียงพอในแต่ละมื้อ เพราะในพืชผักผลไม้ นอกจากจะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสสระ (Anti-Oxidant) ช่วยต่อต้านริ้วรอย ชะลอความเสื่อมของสภาพผิวแล้ว สารอาหารในผักและผลไม้ ยังช่วยบำรุงให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใส มีสุขภาพดี ส่วนการดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว หรืออย่างน้อยวันละ 1 ลิตร นอกจากจะดีต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆภายในร่างกายแล้ว ยังดีต่อการดีท็อกซ์หรือการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ซึงเมื่อของเสียถูกขับออกจากร่างกายแล้ว สาวก็จะมีผิวพรรณที่ดูมีน้ำมีนวลเปล่งปลั่ง แค่นี้คุณก็ไม่ต้องการอยากหน้าขาวใสก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วค่ะ

 

이미지 4

 

4 กลูต้าไธออน

กลูตาไธโอน (Glutathione) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เซลล์ในร่างกายมนุษย์สามารถสังเคราะห์ได้เอง มีคุณสมบัติเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่ในการปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ถูกทำลายโดยสารอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆของร่างกาย กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย และที่สำคัญยังช่วยตับในการทำลายและขจัดสารพิษออกจากร่างกายด้วย ในทางการแพทย์พบว่ามีการนำกลูตาไธโอนมาทดลองใช้ในการรักษาโรคต่างๆ เช่น ภาวะเป็นหมันในเพศชาย หรือมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยการฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำหรือเข้าที่กล้ามเนื้อ ผลข้างเคียงอย่างหนึ่งที่น่าแปลกใจ คือ ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยการฉีดกลูตาไธโอนนั้นมีสีผิวขาวขึ้น เนื่องมาจากกลูตาไธโอนสามารถยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนส (tyrosinase) ได้ และส่งผลให้เม็ดสีของผิวหนังเปลี่ยนจากเม็ดสีน้ำตาลดำเป็นเม็ดสีชมพูขาว ด้วยเหตุนี้เองจึงมีผู้พยายามนำผลข้างเคียงของยามาใช้ในการทำให้ผิวขาว ปัจจุบันวิธีทำให้ผิวขาวด้วยกลูต้าไธออน มีทั้งในรูปแบบของยาเม็ด และเป็นยาฉีด ซึ่งทั้งสองวิธี ไม่ผ่านการรองรับข้อบ่งใช้จากองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา ในการทำให้ผิวขาวขึ้นแต่อย่างใด จึงอาจเป็นวิธีอยากหน้าขาวใสที่ออกจะมีความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจตามมาในอนาคต

 

wonjin-beauty-secret-01

 

5 โปรแกรมหน้าขาวใสของวอนจิน รพ.ศัลยกรรมความงามอันดับ 1 ของเกาหลี

สาวเกาหลีขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องของสุขภาพผิวที่ดี และผิวหน้าที่เนียนดุจปุยหิมะ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่คุณจะอยากหน้าขาวใส ด้วยโปรแกรมหน้าขาวใสของ WONJIN@Gaysorn ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากสาวไทย ด้วยนวัตกรรมและเทคนิคในการดูแลผิวในแบบ Wonjin Beauty Secret ที่เห็นความแตกต่าง แม้จะเพิ่งทำเป็นครั้งแรก โดยเริ่มจากการทำความสะอาดและเตรียมความพร้อมของผิวถึง 7 ขั้นตอนของ WONJIN Cleansing ก่อนเข้าสู่ 2 ขั้นตอนสำคัญของ WONJIN Secret ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย โดยใช้ร่วมกับ Dr. Wonjin Professionals ทรีตเมนท์บำรุงผิวจากการค้นคว้าของ Wonjin Bio Center ศูนย์การค้นคว้าและพัฒนาเวชสำอางค์ของวอนจินที่เกาหลี ก่อนปิดท้ายด้วยการทะนุถนอมผิวด้วยขั้นตอนสุดท้าย WONJIN Mask Program เพื่อผลลัพธ์ของใบหน้าที่ขาวใสแตกต่างอย่างเห็นได้ทันทีจากครั้งแรกที่ทำ รับรองว่าถูกใจสาวไทยที่อยากมีใบหน้าขาวเป็นพิเศษ

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากหน้าขาวใส แบบสาวเกาหลี แต่ไม่มีเวลาบำรุงผิวเอง และอยากเห็นผลในเวลาอันรวดเร็ว ให้ Skin Gallery ของ WONJIN@Gaysorn ดูแลใบหน้าขาวใสให้คุณนะคะ สามารถทำนัดเพื่อปรึกษาได้ฟรีที่ Line@ : @wonjinthailand หรือที่ WONJIN@Gaysorn ชั้น 10 Urban Retreat, Gaysorn Village ถนนราชดำริ แล้วพบกันนะคะ