เจาะลึกวิธีรักษาฝ้า วิธีไหนที่ได้ผลดี

Shortlink :https://www.wonjinthailand.com/?p=5352

 

รักษาฝ้า

 

‘ฝ้า’ เป็นปัญหาผิวที่สาวไทยส่วนใหญ่มักจะประสบกันไม่แพ้ปัญหาอื่นๆ เลย โดยฝ้านั้นเกิดจากเม็ดสีที่อยู่ใต้ผิวหนังนั้นทำงานมากเกินไปหรือทำงานผิดปกติ เมื่อมีเม็ดสีมากขึ้น ก็จะทำให้เห็นรอยดำ เทา หรือสีน้ำตาล ปรากฏเป็นปื้นๆ ที่ใบหน้า และเมื่อยิ่งเจอกับแดดเมืองไทย รังสี UVA ก็จะยิ่งเข้าไปทำลายผิวหนังของเราและกระตุ้นให้เกิดฝ้าขึ้นอีก ผิวหนังของเราจึงดูหมอง ไม่สดใส

 

รักษาฝ้าที่ไหนดี

 

การรักษาฝ้านั้นก็สามารถทำได้หลายวิธี แต่เราจะมาศึกษากันแต่ละวิธีดีกว่า เพื่อดูว่ามันมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง

  • การใช้เลเซอร์เพื่อรักษาฝ้า

เลเซอร์ที่ใช้รักษาฝ้าได้ก็มีหลายอย่าง เช่น การใช้แสง IPL (Intense Pulsed Light) ซึ่งเป็นแสงที่จะเข้าไปทำลายเม็ดสีหรือเมลานินที่ทำให้เกิดฝ้า ผลลัพธ์คือใบหน้าก็จะกระจ่างใสขึ้น ฝ้าจางลง แต่ข้อเสียของการใช้เลเซอร์คือไม่สามารถหายขาดได้ บางรายอาจทำให้หน้าคล้ำกว่าเดิมหรือหน้าไหม้ และบางครั้งอาจมีปัญหาถึงขั้นหน้าบาง และผิวไวต่อแสงแดด นอกจากจะไม่หายแล้วหนำซ้ำยังเสียค่าใช้จ่ายสูงอีกด้วย

  • การใช้ทรีทเม้นท์เพื่อรักษาฝ้า

การรักษาฝ้าด้วยทรีทเม้นท์นั้นเป็นวิธีการรักษาแนวใหม่ โดนการใช้กรด AHA ที่สกัดจากธรรมชาติมาเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ผิวชั้นนอกหลุดลอก ซึ่งข้อดีคือสามารถทำให้สีผิวสม่ำเสมอ เรียบเนียน รู้ขุมขนกระชับ ลดริ้วรอย และ รอยดำจางลง แต่ใครจะรู้หรือไม่ว่าการที่เซลล์ผิวด้านนอกหลุดออกไวกว่าปกตินั้น ทำให้หน้าบางลง จึงทำให้ผิวหน้าไวต่อแดดมากขึ้น หน้าคล้ำเร็วกว่าปกติ เห่อแดง และ ระคายเคือง

  • การฉีดยาเพื่อรักษาฝ้า

ยาที่ใช้ฉีดเพื่อรักษาฝ้านั้นคือสารแอนติออกซิแดนต์ และวิตามินต่างๆ โดยคุณหมอจะฉีดสารเข้าไปในชั้นผิวบริเวณที่เป็นฝ้าโดยตรง เพื่อช่วยในการยับยั้งการทำงานของเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ และ กระตุ้นการฟื้นฟูเซลล์ผิวจากภายใน จึงทำให้ฝ้าจางลงได้ วิธีนี้ได้ผลดีและเร็ว แต่หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ การฉีดรักษาฝ้าอาจทำอันตรายถึงชีวิตได้

  • การใช้ครีมเพื่อรักษาฝ้า

การใช้ครีมรักษาฝ้าเป็นวิธีที่นิยมที่สุดในเมืองไทย เพราะนอกจากครีมจะหาซื้อง่ายสะดวกแล้วนั้น ราคายังถูกกว่าวิธีต่างๆข้างต้นอีกด้วย ครีมรักษาฝ้าประกอบไปด้วยสารต่างๆ เช่น ไฮโดรควิโนน เทรทิโนอิน กรดซีเลอิก สตีรอยด์ กรดโคจิค กรดวิตามินซี ซึ่งสามารถช่วยให้ฝ้าจางลงได้ แต่ต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ดังนั้นการซื้อครีมรักษาฝ้าที่ได้รับการรับรองจากแพทย์ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะหากใช้สารเหล่านี้ในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้ผิวระคายเคือง ไวต่อแดด หรือทำให้เป็นฝ้าหนักขึ้นได้

สิ่งเหล่านี้คือสารพัดวิธีที่อาจช่วยทำให้ฝ้าจางลงได้ แต่อย่าลืมว่าทุกอย่างก็มีผลแทรกซ้อนได้เหมือนกัน บางรายอาจเกิดอาการผิวไหม้ บางรายมีรอยด่างดำหลังทำ หรือบางรายอาจเกิดแผลนูนบริเวณที่เป็นฝ้า ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือป้องกันการเกิดปัญหาผิวเหล่านี้ โดยเราสามารถเริ่มต้นจากตัวเรา อย่างเช่น การออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำ และไม่เครียดมากเกินไป รวมทั้งใช้ครีมหรือผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการผลิตที่ถูกต้องเท่านั้น และสิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าลืมทาครีมกันแดดทุกวันก่อนออกจากบ้าน เพื่อลดต้นเหตุและชลอการเกิดฝ้าบนใบหน้า

  • รักษากับวอนจิน

การรักษาฝ้ากับวอนจินนั้นจะพิเศษกว่าที่อื่นมาก เพราะวอนจินได้ผสมผสานหลากหลายวิธีการต่างๆที่เห็นผลเข้าด้วยกัน เพื่อที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น ซึ่งวิธีการนี้ได้ผสมเลเซอร์และยาเพื่อให้เห็นผลให้เร็วขึ้น เลเซอร์นั้นก็เป็นเลเซอร์เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่มีไม่กี่แห่งในประเทศไทย นั้นก็คือ PICO second laser เป็นตัวเลเซอร์ที่ใหม่ล่าสุดในโลก และเนื่องจากเครื่องนี้มีค่าความยาวคลื่นสั้นมากๆ จึงทำให้ไม่เกิดรอยดำหลังทำ ซึ่งเลเซอร์ตัวอื่นหลังยิงรักษาฝ้าไปจะเกิดรอยดำ หลังจาก 1-2เดือน แต่ถ้าหากเลือกเลเซอร์ PICO  คนไข้สามารถวางใจได้ว่าจะไม่เกิดรอยดำหลังทำแน่นอน

 

ที่โรงพยาบาลวอนจิน เราคือผู้เชี่ยวชาญความสวยงาม ที่ออกแบบและทำศัลยกรรมให้เหมาะกับโครงสร้างของคนไข้แต่ละคน สนใจปรึกษาศัลยกรรม ขอคำแนะนำฟรีได้ที่ Wonjin@Embassy ชั้น 4 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ โดยโทรนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ 02-160-5683,097-251-5683 หรือที่ Official Line ID :@wonjinthailand

ให้วอนจินสร้างรอยยิ้มให้กับคุณคนใหม่

At Wonjin, we are the beauty surgery specialist that designs and crafts each individual case to perfection. Please contact us at WONJIN@Embassy, Central Embassy on level 4 for free consultation. For appointment, please call (+66)2-160-5683,(+66)97-251-5683 or Official LineID : @wonjinthailand

At Wonjin, your smile is our motivation.

Related Posts