เจาะลึกวิธีรักษาแผลเป็นเพื่อผิวที่สวยสมบูรณ์แบบ

Shortlink : https://www.wonjinthailand.com/?p=5171

 

บางครั้งแผลเป็นก็อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราหงุดหงิดได้ เพราะมันจะทำให้ผิวเกลี้ยงเนียนของเราดูไม่สวยสมบูรณ์แบบ บางครั้งมันก็อาจจะทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจเมื่อต้องโชว์ผิวบริเวณนั้นและต้องหาทางกลบโดยใช้คอนซีลเลอร์ หากแผลเป็นเป็นสิ่งที่กวนใจคุณอยู่ตลอด มันก็มีหลายวิธีเลยที่จะรักษาแผลเป็นได้

 

รักษารอยแผลเป็น

 

แต่ก่อนที่เราจะรักษาแผลเป็นนั้น เราควรจะต้องมาทำความรู้จักก่อนว่าแผลเป็นมีกี่ประเภท แล้วจึงจะได้รักษาแผลเป็นด้อย่างตรงจุด ซึ่งถ้าเราแบ่งประเภทของแผลเป็นแล้ว ก็มีดังนี้

 

1.แผลเป็นที่มีสีผิดปกติ: แผลเป็นลักษณะนี้จะเห็นได้ชัดเจน โดยจะมีสีเข้มหรืออ่อนกว่าสีผิวปกติ

2.แผลเป็นที่อาจมีการดึงรั้งของผิวหนัง: หากเป็นแผลประเภทนี้ ผิวหนังบริเวณรอบๆ จะแผลดึงรั้ง ทำให้บิดเบี้ยว

3.แผลนูน: สำหรับแผลนูนนั้นสามารถแบ่งได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ นั่นคือ แผลนูนชนิดธรรมดาที่เป็นแผลนูนสีแดง และแผลนูนชนิดคีย์ลอยด์ที่มีลักษณะคล้ายกับแผลนูนธรรมดาแต่จะอยู่เหนือผิวหนัง 4 มิลลิเมตร

วิธีรักษาแผลเป็น

  1. ทายาแก้แผลเป็น: วิธีเป็นที่นิยมที่สุดเพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างน้อย แต่ถึงอย่างไรก็ตามการทาครีมต้องใช้เวลาในการทามากไม่เช่นนั้นอาจจะไม่เห็นผลเลย
  2. การฉีดยา: วิธีนี้แพทย์จะฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์เข้าใต้ตำแหน่งของแผลเป็น ซึ่งจะช่วยให้แผลเป็นนุ่มและแบนราบลงได้ วิธีนี้ได้ผลค่อนข้างดี โดยคนไข้จะต้องมาฉีดเดือนละครั้ง
  3. เลเซอร์แผลเป็น: วิธีนี้เลเซอร์สามารถเข้าไปทำลายเนื้อเยื้อผิวที่นู้นออกมาให้เรียบขึ้น เลเซอร์นี้เหมาะสำหรับทำการรักษาควบคู่กับการรักษาอื่นๆด้วย
  4. ทำไอพีแอล: วิธีนี้จะใช้พลังงานของแสงไปทำให้เนื้อเยื่อที่เป็นพังผืดเรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ เพื่อจะทำให้แผลเป็นมีขนาดเล็กลง แต่วิธีนี้ต้องใช้เวลาทำค่อยข้างนานและต่อเนื่อง
  5. การฉีดฟิลเลอร์: กรณีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีแผลเป็นรอยบุ๋ม ซึ่งแพทย์จะฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเพื่อทำให้ผิวดูเต็มขึ้น แต่อย่างที่รู้กันว่าฟิลเลอร์นั้นไม่อยู่ถาวร ดังนั้นต้องเข้ามาเติมทุกๆ 6-8เดือน เพื่อคงสภาพไม่ให้กลับไปบุ๋มอีก
  6. การผ่าตัดรอยแผลเป็น: วิธีนี้จะช่วยจัดตำแหน่งร่องรอยแผลเป็นให้ดูดีขึ้นได้ แต่ขึ้นอยู่กับขนาดของแผลด้วย โดยแผลคนไข้ต้องสมบูรณ์เต็มที่แล้วเท่านั้น การรักษาแบบนี้ไม่สามารถใช้ได้กับแผลเป็นสดหรือเพิ่งเกิดขึ้น โดยแพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อเอาแผลเก่าออกแล้วเย็บแผลใหม่อีกครั้ง แต้ถ้าหากเป็นแผลเป็นใหญ่หรือกว้าง แพทย์อาจต้องนำผิวหนังบริเวณส่วนอื่นเพื่อมาปิด ซึ่งการทำวิธีนี้ต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

จากที่อ่านมาข้างต้น สรุปได้ว่าการรักษาแผลเป็นนั้นค่อนข้างยาก นอกจากจะเสียเงินแล้วยังต้องเสียเวลาไปรักษาแผลเป็นอย่างสม่ำเสมออีก ดั้งนั้นทางที่ดีเราควรที่จะป้องกันการเกิดแผลเป็นตั้งแต่แรกเพื่อลดสาเหตึที่จะเกิดแผล แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วนั้น ทางที่ดีคือควรรักษาความสะอาดของแผลเพื่อให้แผลหายเร็วที่สุด เพื่อที่จะลดโอกาศเกิดรอยแผลเป็น เพราะยิ่งแผลหายเร็วเท่าใด โอกาสเกิดรอยแผลเป็นยิ่งน้อยลงไปเท่านั้น

ที่โรงพยาบาลวอนจิน เราคือผู้เชี่ยวชาญความสวยงาม ที่ออกแบบและทำศัลยกรรมให้เหมาะกับโครงสร้างของคนไข้แต่ละคน สนใจปรึกษาศัลยกรรม ขอคำแนะนำฟรีได้ที่ Wonjin@Embassy ชั้น 4 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ โดยโทรนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ 02-160-5683,097-251-5683 หรือที่ Official Line ID :@wonjinthailand

ให้วอนจินสร้างรอยยิ้มให้กับคุณคนใหม่

At Wonjin, we are the beauty surgery specialist that designs and crafts each individual case to perfection. Please contact us at WONJIN@Embassy, Central Embassy on level 4 for free consultation. For appointment, please call (+66)2-160-5683,(+66)97-251-5683 or Official LineID : @wonjinthailand

At Wonjin, your smile is our motivation.

Related Posts