10 ข้อแนะนำสำหรับคนอยากหน้าใสแลดูอ่อนเยาว์

Shortlink :  https://www.wonjinthailand.com/?p=4412

10 ข้อแนะนำสำหรับคนอยากหน้าใสแลดูอ่อนเยาว์

          อยากหน้าใสเป็นเทรนด์ใบหน้าที่สาวๆในสมัยนี้ใฝ่ฝันกันเป็นอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้นะคะ แต่การที่หน้าจะใสได้นั้นต้องมาจากหลายๆลักษณะประกอบกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ไร้สิว ไร้กระฝ้า ไร้ริ้วรอย สีผิวสม่ำเสมอเรียบเนียนดูเปล่งปลั่ง ฯลฯ อีกมากมายที่เยอะจนสาธยายไม่หมด รู้แต่ว่ามีแต่ข้อดีๆเท่านั้นนั่นล่ะ ซึ่งพอฟังแบบนี้แล้วการอยากหน้าใสเลยดูยากขึ้นมาทันที อย่างไรก็ตามอย่าพึ่งท้อใจไปซะก่อนนะคะ เพราะหน้าใสที่ว่าเนี่ยอันที่จริงแล้วเกิดจากสาเหตุหลักอันเดียวคือ การมีสุขภาพกาย (สุขภาพผิวก็รวมอยู่ในนี้ค่ะ) และสุขภาพใจที่ดีเท่านั้นแหละ บทความนี้จึงจะกล่าวถึง 10 ข้อแนะนำง่ายๆที่จะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีสู่หนทางหน้าใสกันค่ะ

 

ข้อที่ 1 ดื่มน้ำเยอะๆ

น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญของร่างกาย การดื่มน้ำเยอะๆจะทำให้ระบบต่างๆของร่างกายทำงานได้เป็นปรกติดี และการดื่มน้ำเยอะๆนี้ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของการรักษาความชุ่มชื้นในชั้นผิวอีกด้วย ทำให้ผิวแลดูสดใสเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลอยู่เสมอ

สำหรับปริมาณน้ำที่ดื่มนั้น โดยมากเราจะได้ยินกันว่าให้ดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวันใช่มั้ยค่ะ อย่างไรก็ตามปริมาณนี้เป็นแค่การกะคร่าวๆเท่านั้น เพราะอันที่จริงปริมาณน้ำที่แต่ละคนควรดื่มต่อวันจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัว กิจกรรมต่างๆที่ทำอันมีผลต่ออัตราการสูญเสียเหงื่อ ดังนั้นถ้าจะให้คำนวณปริมาณที่เหมาะสมกันจริงๆ คงได้ปวดหัวกันไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นวิธีสังเกตุง่ายๆถึงปริมาณน้ำที่ควรดื่มของแต่ละคนก็คือ ให้สังเกตุจากปัสสาวะที่ออกมาค่ะ ถ้าสามารถที่จะรักษาสีของปัสสาวะให้ขาวใสไม่เข้มจนเกินไปได้นั้น นั่นล่ะค่ะคือปริมาณการดื่มน้ำที่เหมาะสมของคุณ

นอกจากปริมาณแล้ว ลักษณะน้ำที่ดื่มก็ต้องคำนึงถึงเช่นกัน ไม่ใช่ว่าดื่มน้ำเยอะ แต่เป็นน้ำอัดลมอะไรแบบนั้นเบาหวานได้ถามหาแน่นอน การดื่มน้ำที่ไม่ใช่น้ำเปล่าจะทำให้ไตต้องทำงานหนัก ดังนั้นน้ำเปล่าธรรมดานี่ล่ะค่ะดีที่สุด ที่สำคัญอีกอย่าง การดื่มน้ำที่ดีควรดื่มน้ำที่ไม่ร้อนและไม่เย็นอีกด้วย เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อร่างกายในการปรับอุณหภูมิของน้ำอีกทีนึง

10 ข้อแนะนำสำหรับคนอยากหน้าใสแลดูอ่อนเยาว์ 1

ข้อที่ 2 กินอาหารดีๆ

กินอาหารดีๆในที่นี้ไม่ได้หมายถึงให้ไปกินอาหารราคาแพงตามภัตตาคารหรูๆหรอกนะคะ แต่หมายถึงการกินอาหารที่สะอาด ครบ 5 หมู่ วิตามินครบถ้วน ลดอาหารที่มันเกินหรือพวกของทอดต่างๆลง เพราะของมันของทอดพวกนี้นอกจากจะไม่ดีต่อสุขภาพแล้วยังทำให้หน้าเป็นสิวได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ ทั้งหมดนี้ก็เป็นไปตามคำกล่าวที่ว่า “You are what you eat” “กินอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น”

แถมท้ายอีกนิดว่า การกินอาหารมื้อเช้าสำคัญที่สุด ควรกินอาหารมื้อเช้าให้มากและเพียงพอเพื่อชดเชยช่วงเวลาที่ร่างกายไม่ได้รับพลังงานมาตลอดทั้งคืน มื้อเที่ยงก็สำคัญลดหลั่นลงมา แต่มื้อเย็นจะสำคัญน้อยที่สุดเลย เพราะหลังมื้อเย็นไปจะเป็นช่วงเวลาของการพักผ่อนที่มีการใช้พลังงานน้อย ดังนั้นควรยกเว้นการกินอาหารในปริมาณมากหรืออาจพิจารณางดมื้อเย็นไปเลยถ้าเป็นไปได้ค่ะ

ข้อที่ 3 งดเหล้า บุหรี่

ถ้าอยากหน้าใสแล้วล่ะก็ เหล้า บุหรี่ ควรอยู่ให้ห่างที่สุด โดยเหล้าจะส่งผลให้ดูโทรมผิวหยาบกร้านแก่ก่อนวัย ส่วนบุหรี่เนี่ยทำให้แก่เร็วมากๆ โดยเฉพาะควันบุหรี่มีผลต่อสภาพผิวเต็มๆ เพราะสารนิโคตินในบุหรี่จะทำให้หลอดเลือดหดตัวลง ส่งผลให้มีออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อลดน้อยตามไปด้วย เนื้อเยื่อตรงส่วนนั้นก็จะมีแต่ทรุดโทรมลง จนกลายเป็นริ้วรอยในที่สุด ดังนั้นต่อให้คุณไม่ได้สูบ แต่คุณอยู่ในสถานที่ที่มีควันบุหรี่อบอวล คุณก็ไม่พ้นต้องหน้าแก่เป็นเพื่อนคนสูบด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามถ้าคุณพบว่าเพื่อนนักเที่ยวของคุณยังมีหน้าที่ใสเด้งอยู่ล่ะก็ นั่นแสดงว่าเพื่อนนักเที่ยวของคุณยังมีปัจจัยอื่นๆช่วยอยู่ค่ะ แต่เชื่อได้ว่าไม่นานนัก คุณจะทักเพื่อนเป็นพ่อแม่เพื่อนไปแทน

ข้อที่ 4 นอนหลับให้เพียงพอ

การนอนหลับที่เพียงพอจะทำให้ระบบต่างๆในร่างกายทำงานได้เป็นปรกติ รวมไปถึงกระบวนการผลิตของฮอร์โมนต่างๆด้วย โดยฮอร์โมนที่สำคัญมากตัวนึงก็คือ Growth Hormone เป็นฮอร์โมนที่ผลิตจากต่อมไร้ท่อบริเวณสมองส่วนหน้าในเวลาที่เราหลับสนิทหรือหลับลึกเท่านั้น ฮอร์โมนนี้มีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตและการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ดังนั้นการอดหลับอดนอนบ่อยๆ จึงทำให้แก่เร็วและร่างกายมีแต่ทรุดโทรมลงเรื่อยๆนั่นเอง

การนอนที่ดีต้องมีระยะเวลาการนอนที่เหมาะสม โดยมากเราจะได้ยินกันว่าอยู่ที่ 8 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามระยะเวลานี้เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น ถ้าเป็นเด็กจะมีช่วงระยะเวลาการนอนที่เหมาะสมยาวนานกว่านี้ อย่างไรก็ตามแค่ระยะเวลาอย่างเดียวไม่พอจะจัดว่าเป็นการนอนที่ดีนะคะ เพราะการนอนที่ดีนั้นต้องหลับให้สนิทหรือหลับให้ลึกด้วย ข้อแตกต่างที่ว่าทำไมเด็กถึงหลับได้สนิทกว่าผู้ใหญ่ ก็เพราะเด็กไม่มีปัจจัยเรื่องการดื่ม ชา กาแฟ รวมไปถึงภาระต่างๆที่ต้องแบกรับอย่างในผู้ใหญ่ ดังนั้นถ้าคุณเป็นคนหลับยากที่อยากหน้าใสล่ะก็ เริ่มจากการเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่ม ชา กาแฟ เป็นอย่างแรกนะคะ หลังเที่ยงก็ควรงดได้แล้ว นอกจากนี้ทุกครั้งก่อนนอน อย่าลืมถอดภาระทุกอย่างวางไว้ที่หัวเตียงด้วยค่ะ ตื่นเช้ามาค่อยใส่ภาระรับผิดชอบต่างๆกลับไปอย่างเดิมก็ไม่สายเกินไปหรอกนะ

10 ข้อแนะนำสำหรับคนอยากหน้าใสแลดูอ่อนเยาว์ 2

ข้อที่ 5 เลี่ยงแดดในบางเวลา

อยากหน้าใส ต้องห่างไกลแดด คำพูดนี้มีส่วนถูกค่ะ แต่มีรายละเอียดที่ต้องพิจารณามากกว่านั้น แดดถึงจะส่งผลให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้ผิวแห้งกร้าน ดูแก่เร็ว การตากแดดนานๆยังทำให้เกิดผิวไหม้และมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนังได้ด้วย แต่แสงแดดก็มีประโยชน์ต่อร่างกายมากเช่นกัน โดยแสงแดดจะช่วยให้การทำงานต่างๆของร่างกายเป็นปรกติ กระดูกแข็งแรง ป้องกันโรคมะเร็งบางชนิด ฯลฯ

ดังนั้นการเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการเจอแสงแดดจึงเป็นเรื่องสำคัญ การเจอแสงแดดในช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็น ในขณะที่หลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วงเวลาอื่น จะทำให้ร่างกายได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอ โดยไม่เป็นอันตรายต่อผิวอีกด้วย สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ “ครีมกันแดด การปกป้องผิวที่ไม่ใช่แค่เรื่องผิวๆ” นะคะ

10 ข้อแนะนำสำหรับคนอยากหน้าใสแลดูอ่อนเยาว์ 3

ข้อที่ 6 ออกกำลังกายเป็นประจำ

จำได้มั้ยค่ะว่าการออกกำลังกายครั้งสุดท้ายของคุณมันคือเมื่อไหร่กัน ก่อนคุณจะผลัดมันออกไปเพราะภาระรับผิดชอบหลายอย่าง ผลัดออกไปเพราะให้เวลากับอย่างอื่น หรือผลัดออกไปด้วยสาเหตุใดก็ตามที จนการออกกำลังกายเป็นเหมือนเรื่องเล่าปรัมปราไปโดยปริยาย ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นคุณจะต้องตกใจว่า ในวันที่ลิฟท์เสียแล้วคุณต้องขึ้นบันไดนั้น มันทำให้คุณเหนื่อยได้ซะขนาดไหน อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นนะคะว่า ถ้าคุณอยากหน้าใสล่ะก็ คุณต้องมีสุขภาพที่ดีด้วย การเป็นคนอมโรคร่างกายอ่อนแอ จากหน้าใสจะเปลี่ยนเป็นหน้าซีดซะมากกว่าค่ะ

เหตุผลยอดฮิตที่คนมักจะเลิกการออกกำลังกายก็คือไม่มีเวลา แต่ความหมายจริงๆของการไม่มีเวลาก็คือเราไม่ได้ให้เวลากับสิ่งนั้นต่างหากค่ะ เพราะเราต้องการเอาเวลาไปให้กับอย่างอื่นแทน ไม่ว่าจะเป็น งาน ครอบครัว เพื่อน แฟน ฯลฯ โดยเราลืมคิดไปว่าการไม่ให้เวลากับการออกกำลังกายนั้น ท้ายสุดเราจะไม่เหลือเวลาให้กับอะไรอีกเลย เพราะคุณจะจากโลกนี้ไปก่อนคุณจะรู้ตัวซะอีก หน้าใสเป็นแค่ผลพลอยได้นึงจากการออกกำลังกายเท่านั้นเอง สุขภาพที่ดีคือผลตอบแทนหลักจากข้อนี้ค่ะ

อย่างไรก็ตามถ้าการหาเวลาออกกำลังกายเป็นเรื่องยากสำหรับคุณจริงๆ การเปลี่ยนชีวิตประจำวันบางส่วนเป็นการออกแรงบ้างก็ยังไม่แย่จนเกินไปนัก ตัวอย่างเช่น ทุกวันคุณต้องโดยสารรถสารพัดไปทำงาน ก็เปลี่ยนเป็นการขี่จักรยานหรือการเดินบางส่วนแทน ทุกวันที่คุณต้องขึ้นลิฟท์ ก็เปลี่ยนเป็นการเดินบันไดบ้างในบางโอกาส อย่างน้อยๆการได้ออกแรงบ้างในแต่ละวัน ก็ยังช่วยเรื่องสุขภาพได้นะคะ

ข้อที่ 7 อย่าอาบน้ำอุ่น

ข้อนี้อาจไม่เจอบ่อยนักในบ้านเรา ที่มีช่วงหน้าร้อนยาวนานซะเหลือเกิน การอาบน้ำอุ่นในช่วงหน้าหนาวบ้างจึงยังไม่ใช่เรื่องน่ากังวลจนเกินไปนัก แต่ถ้าคุณเป็นคนนึงที่ติดการอาบน้ำอุ่นเสมอล่ะก็ นี่จะเป็นปัญหาของคุณแน่ๆค่ะ เพราะการอาบน้ำอุ่นจะทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย ซึ่งความชุ่มชื้นนั้นเป็นปัจจัยสำคัญของผิวเลยทีเดียว ผิวที่ขาดความชุ่มชื้นจะแตกลอก แห้งกร้าน นำไปสู่ริ้วรอยและการแก่เร็วได้ในที่สุด

ข้อที่ 8 ล้างหน้าให้ถูกวิธี

การล้างหน้าถือเป็นปัจจัยตรงของผู้ที่อยากหน้าใสค่ะ การล้างหน้าไม่ถูกวิธีนั้นจะนำมาซึ่งปัญหาผิวหน้ามากมาย อย่างการล้างหน้าไม่สะอาด ก็จะนำปัญหาเรื่องสิวตามมา การล้างหน้าที่บ่อยเกินไปก็จะเสี่ยงให้ผิวหน้าแห้งได้ ดังนั้นข้อพิจารณาเบื้องต้นจึงมีดังนี้

  • การล้างหน้าควรทำวันละ 2 ครั้งเช้ากับเย็น ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น
  • ถ้าคุณเป็นคนที่แต่งหน้าจัดหรือใช้ครีมกันแดดแบบกันน้ำ การล้างหน้าด้วย Cleanser อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอค่ะ จำเป็นต้องอาศัยผลิตภัณฑ์ Makeup Remover ช่วยด้วย
  • อย่าล้างหน้าเหมือนล้างจานเชียวนะคะ การถูหน้าแรงๆอาจทำให้สิ่งสกปรกหลุดออกมาได้มากขึ้นก็จริง แต่ไม่คุ้มเลยกับการทำให้ผิวหน้าอักเสบหรือเกิดริ้วรอย ดังนั้นการใช้ Toner เข้ามาทำความสะอาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะ Toner ช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขนได้ดีโดยไม่ต้องขัดให้หน้าพังค่ะ

ข้อที่ 9 ดูแลผิวหน้าเป็นพิเศษอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง

ถ้าอยากหน้าใสล่ะก็การดูแลผิวหน้าเป็นพิเศษอาทิตย์ละครั้งอาจดูน้อยไปซะด้วยซ้ำค่ะ เพราะในทุกๆวันที่คุณต้องแต่งหน้า เผชิญแดดหรือมลภาวะหลากหลายรูปแบบ สิ่งเหล่านี้จะสะสมไปเรื่อยๆ นานวันเข้าก็จะส่งผลเป็นปัญหาระยะยาวต่อผิวได้ ดังนั้นการหาเวลาว่างอาทิตย์ละครั้งที่คุณจะดูแลผิวหน้าอย่างจริงจัง เว้นวรรคจากการแต่งหน้า ทำการผลัดเซลล์ผิว มาร์คหน้า ฯลฯ ก็จะช่วยฟื้นสภาพผิวหน้าที่อ่อนล้าให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้งได้ สำคัญกว่านั้นคือ คุณจะได้มีเวลามาสำรวจด้วยว่าคุณกำลังเริ่มมีปัญหาผิวประเภทไหนบ้างรึเปล่า ไม่ว่าจะเป็นกระฝ้า ปัญหาริ้วรอย หน้าแห้งลอก เพราะไม่ว่าจะปัญหาอะไรก็ตาม การแก้ไขแต่เนิ่นๆให้ผลที่ดีกว่าเสมอนะคะ

10 ข้อแนะนำสำหรับคนอยากหน้าใสแลดูอ่อนเยาว์ 4

ข้อที่ 10 อย่าเครียด

ข้อนี้จัดเป็นข้อที่ทำได้ยากที่สุดในทั้งหมด 10 ข้อ เนื่องจากความเครียดนั้นแทบจะแทรกอยู่ในทุกๆอย่างของชีวิตเราเลยทีเดียว ไหนจะเรื่องที่ทำงาน เรื่องครอบครัว เรื่องแฟน เรื่องลูก เรื่องเพื่อน เรื่องสังคม กลับมาที่เรื่องหน้าแก่เร็วอีกที พอยิ่งเครียดก็ยิ่งแก่เร็วกว่าเดิมซะงั้น สารพัดเรื่องที่พร้อมจะถาโถมเข้ามา จนคุณคิดได้อย่างเดียวว่า แล้วแบบนี้จะไม่เครียดได้ยังไงกันล่ะ

พอมาถึงจุดนี้หลายคนแก้ปัญหาโดยใช้ศาสนาเข้ามาช่วย อย่างการไปปฏิบัติธรรม ซึ่งก็เป็นหนทางแก้ปัญหาที่ดีอย่างนึงค่ะ เพียงแต่คุณต้องเข้าใจให้ได้ก่อนว่าหนทางการแก้ปัญหาจริงๆอยู่ที่อะไร เพราะลำพังการไปปฏิบัติธรรมนั้น ถ้าคุณไปเจอคนจำนวนมาก ความไม่พร้อมของสถานที่ ความไม่พร้อมของคน ฯลฯ ก็ไม่วายที่คุณจะกลายเป็นหาความเครียดใหม่ๆเข้ามาเพิ่มให้ตัวเองซะอีก ดังนั้นอะไรล่ะที่จะช่วยเราได้จริงๆ

การปล่อยวาง คือหนทางที่จะทำให้เราหายเครียดได้ค่ะ แต่นี่คือหัวข้อที่เกี่ยวกับหน้าใส ดังนั้นเราจะปล่อยให้คุณไปตามหาด้วยตัวเองนะคะ ว่าการปล่อยวางคืออะไร แต่อย่างน้อยเมื่อคุณเข้าใจคำนี้ คุณก็จะเข้าใจความหมายของประโยคที่ว่า “It’s not what happens to you, but how you react to it that matters” “ไม่สำคัญเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับคุณ สำคัญที่ว่าคุณรู้สึกอย่างไรกับสิ่งเหล่านั้นต่างหาก”

กล่าวโดยสรุป

จบไปแล้วนะคะกับ 10 ข้อแนะนำสำหรับคนอยากหน้าใส แต่ลำพังแค่อ่านจบยังไม่ได้ช่วยให้หน้าใสได้แน่ๆ เพราะข้อแนะนำต่างๆเหล่านี้ไม่ว่าจะมีกี่ข้อก็ตามที ล้วนเปล่าประโยชน์ไปเลยถ้าขาดการนำไปปฏิบัติค่ะ ดังนั้นการเริ่มต้นลงมือทำซะตั้งแต่ตอนนี้ ถึงจะได้แค่ข้อเดียวก็นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนะคะ

ให้วอนจินช่วยคุณดูแลผิวหน้า

หากคุณกำลังมองหาการดูแลผิวหน้าเป็นพิเศษในช่วงสุดสัปดาห์ล่ะก็ สิ่งนึงที่จะช่วยคุณได้เป็นอย่างดีคือการผลัดเซลล์ผิวค่ะ ถ้าถามว่าการผลัดเซลล์ผิวสำคัญอย่างไร ให้คุณลองจินตนาการถึงกำแพงซักอันที่คุณอยากจะทาสีลงไปดูนะคะ คุณจะพบว่าสิ่งที่คุณต้องทำเป็นอย่างแรกนั้นไม่ใช่การทาสีเลย แต่เป็นการทำความสะอาดกำแพงก่อนถูกมั้ยคะ เพราะถ้าคุณเลือกที่จะทาสีลงไปทันที สีส่วนใหญ่ที่ทาลงไปจะติดชั้นฝุ่นหนาๆ จนเหลือเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้นที่ไปถึงเนื้อกำแพงจริงๆได้ค่ะ แต่กำแพงน่ะยังเป็นเรื่องเล็ก ผิวหน้าของเราต่างหากค่ะที่เป็นเรื่องใหญ่ การที่เราบำรุงผิวไปตั้งมากมายแต่ไม่รู้สึกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกลับมาเลย เพียงเพราะการบำรุงต่างๆนั้นไปติดอยู่ก่อนจะถึงชั้นผิวหนังที่แท้จริง ถูกดักจากกำแพงของผิวหนังที่ตายแล้วรวมกับคราบฝุ่นและละอองต่างๆที่ก่อตัวกัน เมื่อนานวันเข้าผิวหน้าก็มีแต่จะหมองลงเรื่อยๆ … เราขอแนะนำวิธีการผลัดเซลล์เซลล์ผิวง่ายๆแต่มีประสิทธิภาพสูงกับผลิตภัณฑ์ Dr.JIN Brightening Peel ค่ะ Dr.JIN Brightening Peel คือเจลผลัดผิวเนื้อนุ่มที่มีส่วนผสมของ AHA และด้วยสัดส่วนอันลงตัวของ AHA ใน Dr.JIN Brightening Peel จะทำให้การผลัดเซลล์ผิวมีประสิทธิภาพสูงในขณะที่ระคายเคืองต่อผิวน้อยที่สุด เริ่มต้นการผลัดเซลล์ผิวง่ายๆในเวลากลางคืนของวันสุดสัปดาห์ ที่วันรุ่งขึ้นคุณไม่คิดจะออกจากบ้านไปไหน เพียงทาทิ้งไว้ครั้งละ 5 นาทีเท่านั้นก่อนจะล้างออกด้วยน้ำเปล่าธรรมดา แล้วคุณจะพบว่าการอยากหน้าใสไม่ใช่เรื่องไกลตัวแต่อย่างใดค่ะ ^^

pd_001

ที่โรงพยาบาลวอนจิน เราคือผู้เชี่ยวชาญความสวยงาม ที่ออกแบบและทำศัลยกรรมให้เหมาะกับโครงสร้างของคนไข้แต่ละคน สนใจปรึกษาศัลยกรรม ขอคำแนะนำฟรีได้ที่ Wonjin@Embassy ชั้น 4 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ โดยโทรนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ 02-160-5683,097-251-5683 หรือที่ Official Line ID :@wonjinthailand

ให้วอนจินสร้างรอยยิ้มให้กับคุณคนใหม่


Related Posts