อาหารที่เหมาะสำหรับลดน้ำหนัก

Shortlink : https://www.wonjinthailand.com/?p=5440   เดาว่ามีคนจำนวนมากที่ตั้งใจจะลดน้ำหนักอยู่ ในวันนี้วอนจินจึงอยากนำเสนอแผนการทานอาหารเพื่อสุขภาพที่จะช่วยให้น้ำหนักของคุณลดลงได้ นอกจากรับประทานอาหารแล้ว การออกกำลังกายก็มีความสำคัญเช่นกัน และควรทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว น้ำหนักของคุณก็จะไม่ลดลง และยิ่งถ้าคุณอดอาหาร มันก็จะไปสู่การโย่โย่ ที่น้ำหนักกลับมาเพิ่มขึ้นพรวดๆ ดังนั้น คุณจึงควรทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ แต่มีแคลอรีต่ำ เพื่อสุขภาพของคุณ อย่างอาหารต่อไปนี้   Diet Food! I’m guessing there must be a lot of people who are setting new year’s weight-loss resolution. I’m one of them who decided to embark on a healthy eating plan to lose my weight. Well, from my […]

การดูแลตัวเองหลังการดูดไขมัน

Shortlink : https://www.wonjinthailand.com/?p=5056   การดูดไขมันด้วยวิธีการทำ Liposuction คืออะไร ? Liposuction คือการนำไขมันส่วนเกินที่ไม่ต้องการออกจากร่างกาย โดยใช้ความกดจากเสียง หรือเลเซอร์อัลตร้าซาวน์เพื่อให้ได้เรืองร่างสวยงามปราศจากไขมันส่วนเกิน การทำ Liposuction ยังทำให้รูปร่างได้สัดส่วนโดยสกัดเนื้อเยื่อชั้น adipose ซึ่งคือเนื้อเยื่อไขมันในส่วนที่ไม่จำเป็นออกจากร่างกาย ในขณะเดียวกับการนำชั้นไขมันออกไป     เมื่อไหร่ที่จำเป็นต้องทำ liposuction? หากคุณมีไขมันส่วนเกินจำนวนมาก หากคุณมีไขมันส่วนเกินเฉพาะจุดเช่น หน้าท้อง ต้นขา ต้นแขน น่อง ใบหน้า หรือจุดอื่นๆ หากคุณมีปัญหาผิวเปลือกส้ม หากคุณต้องการมีรูปร่างที่ดีในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่ต้องอดอาหารหรือออกกำลังกายซึ่งเห็นผลช้ากว่า   ความบวมและโครงร่างที่ไม่สมดุลหลังทำการดูดไขมันเกิดจากอะไร ? Liposuction คือวิธีการหนึ่งในการนำเนื้อเยื่อไขมันใต้หนังออก หลังจากการละลายและดูดซึม ในระหว่างขั้นตอนการดูดไขมันนี้ เนื้อเยื่อผิวหนังและท่อน้ำเหลืองบนชั้นหนังแท้และชั้นไขมัน สามารถถูกกระทบกระเทือนให้เสียหาย และร่างกายของเราจะพยายามสมานพื้นที่ว่างนั้นให้กลับมายึดติดในจุดที่ชั้นไขมันควรจะอยู่ จึงทำให้เกิดอาการคัน ความบวม ไข้ขึ้น หรือความเจ็บปวดอื่นๆ อันเกี่ยวเนื่องกับจุดที่ทำศัลยกรรม     การดูแลตัวเองหลังการดูดไขมันของแต่ละส่วนของร่างกาย หลังการดูดไขมันที่หน้าท้อง สิ่งสำคัญที่สุดคือจุดที่ทำการศัลยกรรม ไม่ควรถูกกดทับด้วยเหตุผลใดๆ ชุดรัดพิเศษที่สั่งตัดและวัดจากขนาดรูปร่างจริง จะช่วยสร้างสมดุลและกระจายแรงดันที่ท้อง […]

การอดอาหารเป็นพักๆ (16 ชม.) กับผลลัพธ์สุดมหัศจรรย์

Shortlink : https://www.wonjinthailand.com/?p=4924   การอดอาหารเป็นพักๆ คือวิธียอดนิยมอย่างหนึ่งของการลดน้ำหนักที่คุณสามารถรับประทานอาหารมากเท่าไหร่ก็ได้เท่าที่คุณต้องการ กฎของวิธีการนี้คือรับประทานอาหารได้อย่างใจต้องการใน 8 ชม. และอดอาหาร 16 ชม.ทุกวัน คนส่วนใหญ่พยายามอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก แต่อย่างไรก็ตามวิธีการนี้มีผลกระทบที่ซ่อนอยู่เช่นกัน มีสื่อหนึ่งที่ชื่อ ‘Life Hack’ ได้นำเสนอ 7 ข้อดีของการอดอาหารอย่างไม่ต่อเนื่อง และจากนี้ เราจะขอแนะนำทุกคนถึง 7 ข้อดีการอดอาหารแบบไม่ต่อเนื่องที่คุณยังไม่เคยรู้มาก่อน   ช่วยลดน้ำหนัก การอดอาหารเป็นวิธีการที่ปลอดภัยและได้ผลดีในการลดน้ำหนัก จากผลการสำรวจต่างๆมากมาย ร่างกายจะสามารถเผาผลาญเซลล์ไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพถ้าคุณสามารถอดอาหารได้อย่างสม่ำเสมอ การอดอาหารจะทำให้ร่างกายดึงเอาไขมันมาเผาผลาญก่อนเป็นลำดับแรก เพราะนักกีฬาก็ใช้วิธีอดอาหารนี้เพื่อลดเปอร์เซนต์ไขมันในร่างกายก่อนการแข่งขันเช่นกัน   ป้องกันปัญหาผิว จากผลรายงานการวิจัย ผลของการอดอาหารหนึ่งวันสามารถล้างสารพิษออกจากร่างกายและเสริมระบบการทำงานของอวัยวะภายในรวมถึงตับและการล้างไต ฟอกไต นอกเหนือจากนั้น การอดอาหารยังช่วยให้ร่างกายไม่เครียดจากการหลั่งน้ำย่อย และคุณยังไม่ต้องกังวลว่าผิวจะเกิดปัญหาจากสารพิษหรือความเครียด คุณสามารถใช้พลังงานทั้งหมดซึ่งย้ายจากการหลั่งน้ำย่อยมาเพื่อการสร้างเซลล์ผิวใหม่เข้าแทนที่   ช่วยให้มีอายุยืนยาว จากผลการสำรวจจากหลายสถาบันมีการรับรองว่าชีวิตจะยืนยาวขึ้นถ้ารับประทานน้อยลง อายุที่เพิ่มมากขึ้นนำไปสู่กระบวนการเผาผลาญอาหารที่ลดลง อย่างไรก็ตาม การรับประทานให้น้อยลงนำไปสู่กระบวนการเผาผลาญอาหารที่ดีขึ้นซึ่งจะช่วยอวัยวะย่อยอาหารของพวกเรา   นำไปสู่การเสริมสมรรถนะร่างกายด้วยตัวเอง คุณสามารถใช้พลังงานได้มากขึ้นในระหว่างวันถ้าอวัยวะที่ย่อยอาหารอยู่ในสถานะว่างเพราะอวัยวะย่อยอาหารสามารถใช้จำนวนพลังงานทั้งหมดนำออกมาใช้กับอวัยวะทั้งหมดในร่างกายของเรา การอดอาหารทำให้เรามีแรงจูงใจสูงในขณะที่เรากำลังทำงานหรือกำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก   ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวาน การอดอาหารเพิ่มกระบวนการผลิตอินซูลินซึ่งมีผลต่อการป้องกันโรคเบาหวาน อัตราการผลิตอินซูลินสามารถอธิบายได้ถึงความแข็งแรงของร่างกายจากผลของการผลิตอินซูลิน ผู้ที่ไวต่อการผลิตอินซูลินจะต้องการปริมาณอินซูลินจำนวนน้อยกว่าเพื่อใช้ลดระดับของกลูโคสในเลือดมากกว่าผู้ที่มีความไวของการผลิตอินซูลินต่ำ ดังนั้นหากคุณเป็นผู้ที่มีระดับการผลิตอินซูลินสูง […]

7 ทิปฟิตหุ่น อยู่ออฟฟิศก็ลดน้ำหนักได้

Shortlink : https://www.wonjinthailand.com/?p=4755   สวัสดีค่าาาา วันนี้เราจะมาเสนอ  7 ทิปส์ลดน้ำหนัก สำหรับสาวออฟฟิศ ที่ใครๆ ก็คิดว่าถ้าอยู่แต่ที่ทำงาน จะไม่มีทางผอมได้! ไม่จริงนะไม่จริง!! เพียงแค่คุณทำตามนี้หุ่นก็ฟิตได้ไม่ยากเลย ทุกคนก็เป็นกันใช่มั้ยคะ ที่ตั้งแต่มาเริ่มทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศนั่งทำงานหน้าคอมฯ แช่อยู่ที่โต๊ะตลอดทั้งวัน น้ำหนักนี่ก็พุ่งกระฉูดขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้ง ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเชื่อว่าอนาคตต้องกลายเป็ยเป็นหมูอ้วนแน่นอน ถ้าอย่างนั้นต้องมาลองใช้ 7 ทิปส์นี้ช่วยลดน้ำหนักหน่อยแล้ว บอกเลยว่าถึงแม้ว่าอยู่ที่ออฟฟิศคุณก็ทำได้ แถมยังช่วยให้หุ่นฟิตเปรี๊ยะขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย 1. ดื่มน้ำเยอะๆ นอกจากบนโต๊ะทำงานกับคอมพิวเตอร์ และเอกสารกองโตแล้ว ก็ต้องมีแก้วน้ำเอาไว้ให้ใกล้มือด้วยนะจ๊ะ เพราะการดื่มน้ำเปล่าบ่อยจนติดเป็นเป็นนิสัย จะช่วยทำให้คุณตัดขาดจากการดื่มน้ำหวาน หรือน้ำอัดลมต่างๆ ไปเลย อีกทั้งยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย และทำให้อิ่มท้องไม่หาอะไรจุบจิบมากินระหว่างทำงานด้วยนะ 2. เดินไปกินอาหารกลางวัน ไปกินอาหารกลางวันทั้งที ไม่เห็นต้องขี่มอเตอร์ไซค์ หรือขับรถยนต์ไป เพราะขี้เกียจเลย ลองหันมาเดินไปร้านอาหารดูบ้างสิ เพราะแค่เดินไปกลับ ก็ช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายไปในตัวแล้วด้วยนะ 3.เตรียมอาหารไปเอง ก็รู้นะว่าการจะหาอาหารสุขภาพนอกบ้านกินน่ะเป็นเรื่องยาก บางทีตอนกลางวันพนักงานออฟฟิศแย่งกันกินแย่งกันซื้อ ก็อาจทำให้คุณเลือกกินอาหารดีๆ ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ทางที่ดีต้องลองตื่นเช้ากว่าเดิม แล้วเตรียมอาหารกลางวันมากินเองจากที่บ้าน หรือจะหั่นผลไม้ใส่กล่องมาแช่ตู้เย็นไว้ เป็นของว่างตบท้ายด้วยก็ได้ แต่อย่านั่งแช่กินที่โต๊ะทำงานล่ะคะ 4.ใส่เครื่องนับก้าวเดิน การใส่เครื่องนับก้าวเดิน (Pedometer) นี่แหละจะทำให้คุณขยับเขยี้อนตัวเดินออกกำลังกายมากขึ้น ลองใส่ไปทำงานดูสิ ไม่ว่าจะเดินออกมาหน้าปากซอย เดินขึ้นบันได หรือเดินไปกินอาหารกลางวัน […]

วิธีการรับประทานอาหารในช่วงลดน้ำหนัก

Shortlink : https://www.wonjinthailand.com/?p=4722   ทิปการรับประทานอาหารในช่วงไดเอท !   ในสมัยนี้หนุ่มสาวหลายๆคนที่ต้องการมีรูปร่างสวย เท่ก็จะให้ความสำคัญกับการไดเอทเป็นอย่างมาก เจ้าความอ้วนนั้นเป็นตัวทำให้คำว่าสวย เท่ ไกลออกไป และยังส่งผลทำให้สุขภาพของเราแย่ลงอีกด้วย ดังนั้นแล้วการดูแลเรื่องการรับประทานอาหาร ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากเลยค่ะ คนที่ต้องการลดน้ำหนักมากๆ บางครั้งก็หักโหมเกินไป และอาจทำให้สุดท้ายแล้วทนไม่ไหวกลับไปทานหนักกว่าเดิม วันนี้เราเลยจะนำข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับการควบคุมอาหารมาแชร์กันนะคะ   1. หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ด และอาหารเค็ม   ยิ่งรับประทานอาหารที่มีโซเดียมมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้เกิดความอ้วนมากขึ้นเท่านั้น เพราะอาหารเผ็ด และอาหารเค็มจะทำให้เราอยากอาหารมากขึ้น ดังนั้นจึงควรที่จะหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเค็ม เผ็ดเป็นอย่างยิ่ง แต่ถ้าหากว่ารับประทานอาหารเค็มไปแล้ว แนะนำว่าให้ดื่มนม หรือกินกล้วยตามไปด้วย เนื่องจากกล้วย และนมจะไปช่วยขับโซเดียมออกจากร่างกาย   2. ทานอาหารอย่างช้าๆ   ยิ่งเรารับประทานอาหารไวเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้รับประทานอาหารได้เยอะขึ้น เพราะปกติแล้วเมื่อรับประทานอาหารผ่านไป 15 นาที สมองเราจะเริ่มสั่งการให้ท้องเริ่มอิ่ม ฉะนั้นการรับประทานอาหารช้าๆ จะเป็นการช่วยป้องกันการรับประทานเยอะได้ และเป็นการช่วยทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีอีกด้วยค่ะ     3. ดื่มน้ำเยอะๆ   การที่เรากระหายน้ำมาก อาการหิวก็จะมากขึ้น เพราะมีผลวิจัยออกมาว่าร่างกายเราตอบสนองความหิว โดยดูจากการขาดความชุ่มชื้นในร่างกาย บางทีการที่เรากระหายน้ำ ร่างกายอาจสับสนว่าเป็นอาการหิว กลายเป็นทำให้เราอยากกินขนมขบเคี้ยวอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำเยอะๆ อย่ารอให้เกิดอาการกระหาย อีกทั้งน้ำยังจะเป็นตัวช่วยในการขับของเสียออกจากร่างกายอีกด้วย   4. งดการทานหลัง 1 ทุ่ม   การรับประทานอาหารเย็นดึกเกินไป จะทำให้อาหารไม่ค่อยย่อย และถึงแม้ว่าจะรับประทานอาหารไปแล้วก็ควรรอประมาณ 3 ชั่วโมงถึงจะเข้านอน คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าการรับประทานอาหารในช่วงเย็นจะทำให้อ้วน แต่ว่าไม่ใช่ว่าอาหารทุกชนิดจะทำให้อ้วนนะคะ การเลือกรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายกว่ามื้อกลางวัน และรับประทานในปริมาณที่พอดีจะส่งผลดีต่อร่างกายอีกด้วยค่ะ   5. ต้องทานอาหารมื้อเช้า   มีผลวิจัยออกมาว่าคนที่รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำ จะมีอัตราความอ้วนน้อยกว่าคนที่ไม่รับประทานอาหารเช้าค่ะ เพราะการรับประทานอาหารเช้าเป็นการเริ่มต้นวัน พร้อมยังทำให้สมอง และร่างกายแข็งแรง เวลาที่รับประทานอาหารเช้าควรอยู่ในช่วง 6 โมง – […]

1 2